INK HEART, ART OF TATTOOS

'แทททู' อีกหนึ่งแอคเซสซอรี่ส์ ที่บอกความเป็นตัวเองได้อย่างแนบแน่น มีเอกลักษณ์ และไม่มีที่สิ้นสุด
คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ณ ปัจจุบันโดยเฉพาะในโลกแฟชั่นของเจเนอเรชั่น Y 'รอยสัก' หรือที่เรานิยมเรียกทับศัพท์ว่า 'แทททู' นั้นกลายเป็นอีกหนึ่งแอคเซสซอรี่ส์ ที่ประทับตราบอกความเป็นตัวเองได้อย่างแนบแน่น มีเอกลักษณ์ และไม่มีที่สิ้นสุด
  

TATTOOS JOURNEY

กว่ารอยสักจะเป็นที่ยอมรับ ต้องใช้เวลานานมิใช่เล่น LOOKER ขอย้อนกลับไปถึงจุดกำเนิดและถิ่นที่สักนิดแค่ 5,300 ปีก่อนเท่านั้น!!! ตามอายุของ 'อิตซี (Ötzi)' มัมมี่ที่นักปีนเขาชาวเยอรมันสองคนพบในธารน้ำแข็งบนพรมแดนประเทศออสเตรียกับประเทศอิตาลีในปี 1991 ซึ่งมีรอยสักคาร์บอนจำนวนกว่า 57 รอยบริเวณบั้นเอว และขาช่วงล่าง โดยสันนิษฐานว่าจะเกี่ยวข้องกับการบำบัดความเจ็บปวดคล้ายการฝังเข็ม ส่วนคำว่า 'Tattoo' ก็มาจากคำว่า 'Tatau' ของชาวโปลีนีเซียน (1300 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งการสักถือเป็นการปฏิบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษและสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องแสดงฐานะและชนชั้นผู้นำในสังคมโดยใช้ฟันฉลามหรือกระดูกที่เหลาแล้ว

Ötzi The Iceman และรอยสักที่สันนิษฐานว่าจะเกี่ยวข้องกับการบำบัดความเจ็บปวดคล้ายการฝังเข็ม

FROM CULTURE TO SUBCULTURE

ยุคเอโดะของญี่ปุ่น (ราวปี 1600 - 1868) ลายสักกลายเป็นสัญลักษณ์การลงโทษ ซึ่งอาชญากรจะถูกสักอย่างแรงบนแขนหรือหน้าผาก แต่ถึงแม้จะมีภาพลักษณ์ทางลบในสังคมแต่ลายสักของญี่ปุ่นกลับพัฒนาลวดลายสวยงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งศิลปะชั้นสูง อย่างลาย มังกร ปลาคาร์ป ฯลฯ โดยเป็นที่แพร่หลายอย่างมาในปี 1948 จนมาถึงการปฏิวัติวงการครั้งใหญ่ในปี 1891กับเครื่องสักไฟฟ้าตัวแรกคิดค้นโดยแทททูอาร์ทิสต์ชาวอเมริกัน Samuel O'Reilly ซึ่งนับเป็นวิวัฒนาการที่ช่วยให้ศิลปะการสักพัฒนาเทคนิค ความสะอาดและความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามในปี 1980 การสักก็ยังคงเป็นภาพลบในสังคมยุค Pop Culture ทั้งในฝั่งยุโรปหรืออเมริกา เพราะเป็นที่นิยมในกลุ่มคนใต้ดิน ชาวร็อค พังค์ ฮิปฮอป รวมถึงแก๊งอันธพาล จนกระทั่งปัจจุบันเหล่าคนดัง ศิลปินเพลง และนักแสดงยอดนิยมสวมบทอัศวินม้าขาวมาช่วยให้รอยสักเป็นที่ยอมรับว่า 'Cool!' ได้ในที่สุด



ภาพบางส่วนจากหนังสือ Japanese Tattoos 




Samuel O'Reilly ผู้คิดค้นเครื่องสักไฟฟ้าตัวแรก

 

A STORY WITHIN

ก่อนหน้านี้การสักดูเป็นเรื่องง่าย (ง่ายในที่นี้หมายถึง) เปิดหนังสือ จิ้มลาย ตัดสินใจแล้วเริ่มต้นการสักได้เลย นี่เองที่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดความผิดพลาดและความเบื่อหน่ายในที่สุด แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน เทคโนโลยีและกระบวนการทางความคิดของคนเริ่มเปลี่ยนไป หลายคนจึงเริ่มที่จะ ‘เรียก’ และ ‘เลือก’ รอยสักให้เป็นการบันทึกความทรงจำแทน โดยที่หลายคนเลือกที่จะออกแบบเอง หรือเริ่มที่จะแชร์ไอเดียกับระหว่างผู้ที่ถูกสักและช่างสัก ที่ LOOKER อยากให้เปลี่ยนมุมมองและเรียกคนเหล่านี้ว่า Artist เช่นเดียวกับผลงานศิลปะ ที่ศิลปินทุกคนย่อมมีความถนัดและมีลายเซ็นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงเป็นเรื่องดีและเรื่องที่ง่ายขึ้นในการตัดสินใจก่อนการสัก เพราะครั้งนี้คือการเลือกผลงานศิลปะมาไว้บนร่างกายแทน

 


วิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง รวมถึงเทคโนโลยีในการสักจากยุคต่างๆ 


JOHNNY DEPP



ADAM LEVINE



JUSTIN BIEBER




 

HARRY STYLES

ส่วนหนึ่งของเหล่าเซเลบริตี้และรอยสัก ตัวแทนของความเป็น Pop Culture 


TATTOO AND STYLE

เราเข้าใจว่านี่คือยุคสมัยของความชัดเจนตามสไตล์ของแต่ละคน แต่ LOOKER อยาก Give Ideas ปรับลุคที่เต็มไปด้วยความขบถให้ดูเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ช่วยส่งเสริมให้สไตล์โดดเด่นโดยไม่บดบังรอยสัก



JUSTIN O'SHEA / DESIGNER

MEN IN BLACK

สีดำที่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่าค้นหา ในขณะที่สีดำช่วยอำพรางรูปร่างให้ดูผอม แต่กลับช่วยทำให้รอยสักโดดเด่นขึ้นได้อย่างน่าแปลกใจ เพียงแค่ต้องเลือกเสื้อที่มีลวดลายน้อยที่สุด หรือเป็นเสื้อสีดำเรียบๆ แทน


--------------------


DIEGO BARRUECO / MODEL

WHITE LINE

ถึงจะดูย้อนแยงและขัดแย้ง แต่การแต่งตัวด้วยโทนสีขาว (โดยเฉพาะแบบ TOTAL LOOK) นั้น กลับช่วยทำให้ความเยอะของรอยสักดูเนี้ยบ เรียบร้อย และดูสะอาดตาขึ้นได้

--------------------



NICK WOOSTER / FASHION CONSULTANT

PRINTS ON PRINTS

หลายคนกลัวเรื่องการใส่เสื้อผ้าลายชนลาย แล้วยิ่งมีรอยสักด้วยแล้วยิ่งนึกไม่ออก เทคนิคคือการเลือกลายเสื้อให้มีลักษณะตรงข้ามกับรอยสักที่มี อย่างเช่นหากมีรอยสักลายเล็กๆ กระจายอยู่ทั่ว ลายที่น่าจะเลือกใส่ควรเป็นลายที่มีลักษณะใหญ่ และมีโทนสีเข้ม

--------------------

 


JIMMY Q / MODEL

CLASSY HERITAGE 

วินเทจสไตล์ที่รวมเอาความเนี้ยบ ความคลาสสิคเข้าด้วยกัน เข้ากันได้ดีกับรอยสักแบบถึงลำคอ เพราะถึงแม้จะใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิดแต่ก็ยังสามารถโชว์ลวดลายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

--------------------

 
LONG LASTING  TATTOOS

งานสักจะสมบูรณ์แบบมากหรือน้อย 60 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ขั้นตอนการสัก อีก 40 เปอร์เซ็นต์ขึ้นกับวิธีดูแลรักษา และปฏิบัติตามคำแนะนำของช่างสักอย่างเคร่งครัดโดยมี 3 คีย์เวิร์ดง่ายๆ 

 

PLACE 
ต้องเข้าใจและยอมรับว่าส่วนของร่างกายที่เราใช้งานมากหรือมีชั้นผิวบางกว่าจุดอื่น รอยสักจะจางได้ง่าย ฉะนั้นก่อนสักควรนึกถึงกิจวัตร กิจกรรมกีฬาโปรดตลอดจนเสื้อผ้าที่ชอบใส่

 

INK
คุณภาพและคุณสมบัติของสี น้ำหมึกสีอ่อนจะจางเร็วกว่าสีเข้มเพราะมักจะใช้เป็นตัวเจือจาง และถ้าอยากให้รอยสักคงทนยาวนาน ควรระวังเรื่องการเลือกเฉดสี

 

SUN 
นอกจากการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นแล้วก็ควรปกป้องรอยสักจากแสงแดดด้วย เพราะรังสียูวีจะลบเลือนความคมชัด จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป สะดวกที่สุดคือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลรอยสักโดยเฉพาะซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันแสงแดดในตัว




#CheezeLooker #SpecialScoop #InkHeart #ArtofTattoos #Tattoos