HOME NONG RAK

FROM THAILAND TO THE U.S. ค้นหานิยามและความหมายของคำว่า HOME ผ่านเรื่องเล่าและประสบการณ์จากผู้ชายที่ชื่อ HOME
26.05.2020
1123
Shares

ความน่าสนใจของโฮมไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการแต่งกาย สไตล์ ที่ดูเป็นผู้ชายไทยแท้ๆ แต่ผสมผสานบางอย่างที่ดูมีความเป็น WESTERN เล็กๆ วินเทจหน่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก LOOKER รู้จักโฮมจากเพื่อนของเพื่อนที่ไทย ไล่เรียงกันมาก่อนได้รู้จักกันจริงจังผ่านโลกโซเชี่ยล นั่นเองที่เป็นเหตุผลที่ว่า เราได้รู้ว่า โฮมปักหลักอยู่ที่อเมริกา โฮมแต่งงานและมีลูกชายน่ารักหนึ่งคน โฮมมีร้านขายเสื้อผ้าวินเทจออนไลน์ที่แปลกกว่าใคร ครอบครัวของโฮมเท่มาก และโฮมก็มีบ้านที่สวยจน LOOKER ไม่อยากพลาดที่จะทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นไปอีก 




LOOKER: Home Nongrak คือใคร?
โฮมน้องรัก คือพ่อ คือสามี คือคนที่เรียนจบออกแบบ แล้วมาขายเสื้อผ้าวินเทจ ชื่อว่าน้องรัก ( IG @thenongrak )

LOOKER: ทำไมต้อง Nongrak?
จุดเริ่มต้นมาจากงานแต่งงานของเราที่ไทย แล้วพี่หยอง @sakhila บอกกับเราว่า ยินดีด้วยน้องรัก แล้วเราก็ปิ้งไอเดียว่าจะเอาชื่อนี้แหละ แล้วบวกกับน้องรักภาษาอังกฤษเป็นสแลงที่คนเก่าแก่พูดกันคือ young love น้องรักในนิยามของพวกเราคือ innocence, romance, discovery, adventure, friendship, exploring, learning, timelessness, crafts and handmade อย่างความทรงจำวัยเด็กที่เราเคยรักเสื้อยืดโปรดตัวนึงที่เราใส่แทบทุกวัน จนเป็นรูเต็มไปหมด แม่เลยซ่อมให้เรา แล้วกลับกลายเป็นของที่มีคุณค่าทางใจกับเรา เป็น one of a kind ที่มีตัวเดียวในโลก เพราะแม่ซ่อมด้วยฝีมือแม่ที่ไม่ชำนาญมาก แต่ patched workในแบบของแม่นั้น ยูนีค และมีชิ้นเดียวในโลก


 


LOOKER: ก่อนหน้าที่จะย้ายไปอยู่อเมริกา ได้ข่าวว่าทำงานอยู่ในวงการ?
ตอนเรียนอยู่ปี 3 ผมเคยฝึกงานที่ Grayhound Original ตอนนั้นฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วย Art Director ก็คือพี่ศิลป์ @romesilp หรือติดตามงานพี่ศิลป์ได้อีกช่องทางคือ @romesilparchives ต้องขอบคุณพี่ๆทุกท่านมากๆครับ ทั้ง Greyhound และ Playhound ที่เปิดโลกทัศน์การออกแบบ, ดนตรี, ครีเอทีฟ ถ้าไม่มีพวกพี่ๆก็คงหาตัวเองไม่เจอครับ ขอบคุณที่โชว์นู่นนี่นั่นให้ผมดู ผมหยิบนู่น หยิบนี่ ใส่สมองกลั่นเกลาจนเป็นโฮมน้องรัก จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะพี่ๆ ครับ พอฝึกจบ ผมเรียนจบปีสี่ ทีสิสผ่านปุ๊บ แต่งงานกับเชอรี่ แล้วบินย้ายมาอยู่อเมริกาครับ
 
LOOKER: มีขายเสื้อผ้าวินเทจ ONLINE จนเป็นที่โด่งดังในอเมริกา จุดเริ่มต้น (จริงจัง) คือยังไง?
ตอนเริ่มน้องรัก พวกเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะขายเสื้อผ้า แต่เพียงแค่อยากทำอะไรสนุกๆ ใช้เวลาที่แฮ้งเอ้าท์กับเพื่อนฝูง มาทำอะไรสนุกๆและครีเอทีฟดู  เชอรี่มักจะนัดชวนเพื่อนๆ มานั่งเล่นที่สวนสาธารณะ แล้วจับแต่งตัวพวกเขา ผมจะเป็นคนถ่ายรูป ส่วนแคศเปอร์เค้าจะมีกล้องอยู่ตัวนึงที่เค้าใช้อยู่ประจำ ใช้ถ่ายรูปเบื่องหลังการทำงานของพวกเราอยู่ตลอด เราทำกันเองสามคนโดยมาตลอด จนพอมีคนติดตามจำนวนนึง เสื้อผ้าของพวกเราที่ใช้ styling เต็มบ้าน แล้วบังเอิญคนก็ทักกันเข้ามาว่าขายเสื้อผ้าในรูปไหม บวกกับเราต้องการเงินมามาใช้ทำโปรเจ็คใหม่ๆ เลยกลายเป็น Nongrak จนถึงทุกวันนี้ครับ แต่เราก็ไม่ได้แค่ขายเสื้อผ้าวินเทจอย่างเดียวนะครับ พวกเรารับงาน Styling and Photography ด้วย อย่างงานล่าสุด John Yuyi ก็ชวนเชอรี่ไปช่วย styling ให้กับโปรเจ็คหนึ่งของเธอ ซึ่งเสื้อผ้าที่ใช้สไตล์ก็มาจากน้องรักด้วย หรือ broccoli magazine 06 งานของพวกเราก็ได้ขึ้นหน้าปก และรูปเนื้อหาข้างในด้วย





LOOKER: มีเอาของจากไทยไปขายให้ชาวต่างชาติบ้างไหม? 
ก็มีบ้างครับ พวกเรามักจะซัพพอร์ตคนไทยโดยมาตลอด แต่พวกเรากลับไทยกันปีละครั้ง จึงไม่ค่อยได้โฟกัสที่งาน แต่จะใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง เดินเล่นหาแรงบันดาลใจกลับไปสร้างสรรค์ผลงานที่อเมริกากันครับ
 
LOOKER: เราเห็นของแต่งบ้านบางชิ้นดูเป็นไทยมากๆ มีหลักเกณฑ์อะไร หรือสไตล์ในการแต่งบ้านแบบไหนที่ชอบ? 
พวกเราชอบสะสมของเก่า และของในบ้านส่วนใหญ่ล้วนมีเรื่องราวในตัว อย่างภาพเพ้นท์ติ้ง ในหลวง และพระราชินี จุดเริ่มมาจากตอนมัธยม4 ทุกวันอังคาร ผมและเพื่อนๆต้องนั่งเรือข้ามฟากไปเรียน รด ที่ค่ายทหาร ค่ายหนึ่ง แล้วดันไปสะดุดตากับภาพในหลวงและพระราชินีทุกครั้งที่ไปเรียน รด ที่แขวนไว้อยู่ในข้าย พอเวลาผ่านมาแล้วเรานึกขึ้นได้ตอนมหาลัยปีสี่ เลยตัดสินใจกลับไปที่ค่ายนั้นดู แล้วขอครูฝึกที่เคยสอนเราสมัยตอนนั้นแล้วแกใจดีเลยให้มา ทุกครั้งที่มองภาพวาดในหลวงก็จะนึกถึงเวลาและสถานที่ ที่เราได้ใช้เวลากับเพื่อน เป็นช่วงเวลาที่ดีในความทรงจำหนึ่งในชีวิต หรือปลาตะเพียนสานที่เรายังคงแขวนอยู่ในบ้านก็เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในงานแต่งงานของเรา ของทุกอย่างจะมองว่ามันเป็นสไตล์ในการแต่งบ้านไหม ผมมองมันเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของพวกเรามากกว่า ความทรงจำใครความทรงจำมัน แล้วแต่คนจะให้ค่ากับสิ่งๆนั้น
 
 
 
LOOKER: เคยเจอ หรือได้เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้านของไทยในต่างแดนบ้างมั้ย?
เคยเจอแต่ของใช้ครับ อย่างกระติ๊บข้าวเหนียวไม้สานใช้บ่อยมากๆ ไม่รู้ว่านับว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือป่าว แต่พอมันตั้งอยู่บนตู้ MCM (mid century modern) กลับกลายเป็นสวยขึ้นมาเชียว เพื่อนๆ เวลามาเยี่ยมที่บ้านก็จะคิดว่ามันคือโคมไฟสาน หรือพฤติกรรมบางอย่างพอทำที่ไทยมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่พอผมเอาเหรียญสิบใส่หูเดินเล่นที่ Lower East Side กลับกลายเป็นแฟชั่น

LOOKER: กลับมาที่เรื่องบ้าน... มุมโปรดในบ้านของครอบครัวคือ?
พวกเราชอบหลังบ้าน เพราะมีต้นไม้สูงและบางวันก็จะมีกระรอกมาทักทาย และก็มีหอยทากเยอะมากๆ หรือช่วงซัมเมอร์ก็จะมีหิ่งห้อยเต็มไปหมด อยู่ที่นิวยอร์กการมีหลังบ้านคือสิ่งที่ดี เพราะชีวิตรายล้อมไปด้วยตึกและผู้คน จึงเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เงียบสงบ และตัดขาดจากความวุ่นวายของมหานครนิวยอร์ค
 
LOOKER: แล้วถ้าลูกชายของคุณละเลงมุมนี้ด้วยสีที่ล้างไม่ออก?
เด็กทุกคนล้วนตื่นมาทุกเช้าเพื่อลอง เพื่อทำ เพื่อสนุก เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ ลองผิดลองถูก นั่นคือส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาที่ทำให้เขาโตและเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า เค้าแค่ต้องการทำสิ่งที่เค้ามีความสุข แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขต สุดท้ายแล้วละเลงสีที่ล้างไม่ออก อาจเป็นโอกาสที่ดี ที่ดึงพวกเราทั้งครอบครัวช่วยกันละเลงสีผนังบ้านให้สวยกว่าแต่ก่อนก็เป็นได้ครับ

 
 
LOOKER: อันนี้อาจดูเป็นคำถามไร้สาระ แต่เราอยากรู้จริงๆ.... จริงมั้ยที่คนอเมริกันไม่ค่อยชอบล็อคประตูบ้าน?
ก็แล้วแต่เมืองที่เค้าอยู่นะผมว่า แต่นิวยอร์กผมว่าแทบจะทุกครอบครัวเลยที่ล็อคประตูบ้าน ไม่ได้กลัวโจรนะครับ อย่างมากถ้ามีคนขโมยของ พวกเราก็แค่เสียใจ แต่ก็เข้าใจเค้า ว่าเค้าไม่ได้มีโอกาสทางสังคม เพราะสังคมผลักเขาให้เขาต้องทำอย่างนี้ แต่ครอบครัวผมล็อคบ้านเพราะตำรวจ
 
LOOKER: มีแพลนอะไรสำหรับการวางแผนบ้าน สำหรับคนไกลบ้านอย่างคุณมั้ย?
ตอนนี้พวกเราไม่ได้อยู่นิวยอร์กกันแล้ว พึ่งย้ายมาอยู่ Tucson Arizona กัน เลยถึงเวลาเคลียร์ของที่เราจับแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนก่อน หรือเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว ก็จะเอาของพวกนี้ไปบริจาค ในอนาคตก็คงวางแผนกันว่าจะพยายามซื้อของให้น้อยลง พยายามใช้เงินให้เกิดประโยชน์มากที่สุด หรือเก็บเงินกลับไทยเยี่ยมเยียนครอบครัว เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไทยปีละครั้งสองครั้ง
 
LOOKER: สุดท้าย.... นิยามคำว่า Home ของคนชื่อ Home คืออะไร
บ้านคือพื้นที่ๆ เราสามารถเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร คนในบ้านก็จะเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุดของคุณ จะยอมรับตัวตนของคุณ จะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่พวกคุณสามารถลองผิดลองถูกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นพื้นที่ๆ ให้แรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะอย่างไรคนในบ้านก็จะยืนอยู่เคียงข้างกันในวันที่มีสุขหรือวันที่ทุกข์ มีเด็กหลายคนที่อยากไปโรงเรียน แต่ไม่อยากกลับบ้าน เพราะคนที่บ้านใช้ความรุนแรง ยิ่งช่วงนี้ Covid 19ระบาด เด็กหลายครัวเรือนไม่ได้ไปโรงเรียน แต่ต้องติดอยู่บ้านกับพ่อแม่ที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ผมขอใช้พื้นที่นี้ถ้าใครอ่านจนถึงตรงนี้ จงเป็นหูเป็นตาให้กับละแวกบ้านของคุณ จงช่วยเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ อย่าอายทำดี เพราะไม่ใช่แค่ในบ้านที่สำคัญ แต่ละแวกบ้านก็สำคัญเช่นกัน



* ภาพล่าสุดจากโฮมที่พาครอบครัวย้ายไปปักหลักที่ ARIZONA อีกหนึ่งรัฐที่ยังคงความสวยงามทางธรรมชาติไว้เป็นอย่างดี





#AMANCAVE #LOOKER #ONLINE #05