ลิสต์ 12 ภาพยนตร์ รวมงาน INTERIOR DESIGN สุดตระการตา!

#Watchlist ถึงเวลาตกแต่งบ้านใหม่อีกครั้ง
21.08.2021
481
Shares


นี่เป็นลิสต์ภาพยนตร์ที่เราแนะนำให้คนที่ชื่นชอบงาน Interior Design หรือหลงรักการตกแต่งบ้านได้ดู เพราะนอกจากคุณจะได้ทำความรู้จักกับการตกแต่งบ้านในหลายๆ ยุคแล้ว คุณอาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการตกแต่งบ้านใหม่ก็เป็นได้
.
.
.
A Clockwork Orange
ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ในยุค 70s  การตกแต่งบ้านหรือสถานที่ต่างๆ ในแต่ละฉากจึงมีการเล่นสีแบบ Colorful และ Pattern ของ Wallpaper ยังเน้นลวดลายที่เด่นสะดุดตาอีกด้วย นอกจากนี้ยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของ Futuristic ผสมผสานกับสไตล์ Modern ให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต
 








.
.
.
A Single Man
สำหรับเรื่องนี้ต้องขอบอกว่า โลเคชั่นบ้านที่ใช้ในการถ่ายทำสวยมาก โดยเฉพาะบ้านสไตล์ Modern ที่ผสมผสานระหว่างไม้ กระจก และคอนกรีตเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แต่แค่นั้นยังไม่พอ ทั้งตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ยังคุมโทนสีแบบ Monochrome ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์การตกแต่งบ้านในช่วงยุค 60s ด้วย
 








.
.
.
American Hustle
สีที่โดดเด่นของ Interior Design ในเรื่องนี้จะเน้นใช้สีเหลือง สีทอง และสีฟ้าเป็นหลัก รวมถึงใช้วัสดุอย่างพวกโครเมียม ทองเหลือง อะคริลิก  Metallic Wallpaper  หินอ่อน Burled wood โดยบ้านของ  Losalyn จะเน้นสีทองเป็นส่วนใหญ่ และ apartment ของ Sydney จะเป็นสไตล์  Contemporary เน้นสีขาวและสี Sunny Yellow เป็นหลัก นอกจากนี้ Amy Adams ยังถูกใจเซ็ทห้องนอนในฉากมาก ถึงกับใช้ของตกแต่งหลายๆ อย่างจากในหนังมาตกแต่งที่บ้านของเธอด้วย






 

.
.
.
Atonement
เรื่องราวในภาพยนตร์เกิดขึ้นที่อังกฤษช่วงปี 1935 ท่ามกลางยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และสำหรับโลเคชั่นที่เป็นบ้านของตระกูล Tallis ทีมงานใช้เวลาในการทำ Production Design ประมาณ 7 สัปดาห์ เพื่อเปลี่ยนบ้านที่สร้างตั้งแต่ปี 1889 ให้กลายเป็นบ้านสไตล์ Victorian ที่เข้ากับยุค 30s
 








.
.
.
The Ghost Writer
ประเด็นหลักที่เราอยากจะให้โฟกัสเพิ่มคือ เรื่องของ Interior Design จะเป็นสไตล์ Masculine ที่รวมทั้ง Modern และ Contemporary ไว้ด้วยกัน อีกทั้งพวกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆ ยังเน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่างพวกไม้ หนังสัตว์ และหิน นอกจากนั้นตามจุดต่างๆ ของบ้านที่ใช้ถ่ายทำ ยังมีพวกงานศิลปะ Abstract ประดับอยู่ทั่วทั้งบ้านอีกด้วย








.
.
.
I am Love
ต้องขอชื่นชมโลเคชั่นบ้านในเรื่องนี้เป็นอะไรที่ตระการตามาก สวยหยดทุกมุม ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Italian Rationalism ซึ่งเป็นสไตล์ที่ฟิวชั่นระหว่าง Neo-Classicism และ Streamlined แต่ยังคงประดับประดาและมีดีเทลแบบ Modern อยู่ แนะนำว่าถ้าใครชื่นชอบการแต่งบ้าน ไม่ควรพลาดเรื่องนี้






.
.
.
Magic In the Moonlight
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 20s ทำให้ Production Design ของบ้านในเรื่องนี้จะเป็นสไตล์ Victorian ซึ่งเน้น Wallpaper และเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายธรรมชาติอย่างพวกดอกไม้ ใบไม้ และก็ใช้เฟอร์นิไม้แกะสลักเป็นส่วนมาก
 







.
.
.
The Great Gatsby
ถ้าตั้งหัวข้อว่า “ภาพยนตร์เรื่องไหนมี Production Design และ Costume ยอดเยี่ยม” ชื่อของ The Great Gatsby คงติดหนึ่งในนั้น เพราะทุกอย่างที่มีดูเวอร์วังอลังการไปหมด ทีมงานใช้เวลาประมาณ 14 สัปดาห์ในการเนรมิตรฉาก 42 เซ็ท ให้ออกมาเลิศหรูในสไตล์ Art Deco ด้วยการใช้ Exotic Wood, ลวดลายเรขาคณิต และเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปร่างโค้งมนและหนาทึบในการตกแต่ง เรียกว่าเก็บดีเทลทุกกระเบียดนิ้วให้ออกมาเลอค่าที่สุดเท่าที่บ้านมหาเศรษฐีในยุค 20s จะมีได้











.
.
.
The Handmaiden
ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์เกาหลี แต่เรื่องราวหลักๆ กลับเน้นความเป็นตะวันตกผสมผสานกับญี่ปุ่น เนื่องจากช่วง 1930s นั้นเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามามีอิทธิพลในเกาหลี บ้านที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นหลักจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งที่ตกแต่งด้วยสไตล์ตะวันตก กับอีกฝั่งจะตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม นอกจาก Interior Design ที่น่าชื่นชมแล้ว  Costume ทั้งหมดในเรื่องนี้ยังถือว่าดีเยี่ยมอีกด้วย เรียกว่าดูเรื่องเดียวคุ้มมาก ได้ทั้งอาหารตาและอาหารใจ
 








.
.
.

The Help
 
การรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้เราได้เห็นความแตกต่างในการตกแต่งบ้านของคนแต่ละชนชั้นในช่วงยุค 60s  ซึ่งจะมีทั้งบ้านที่ตกแต่งหรูหราอย่างบ้านของ Celia จะเป็นบ้านแบบ Pre-Civil War ส่วนบ้านของ Skeeter จะเป็นสีขาวคลาสสิคแบบ Southern Mansion ในขณะที่บ้านของ  Elizabeth จะเป็นแบบ Ranch House และยังมีบ้านของคนผิวสีที่ในนั้นยุคนั้นยังถูกกดในด้านสทธิอยู่ ซึ่งบ้านที่กล่าวๆ มาทั้งหมดก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีทั้งหมด 47 ซีนที่ถูกตกแต่งขึ้นเพื่อ The Help โดยเฉพาะ









.
.
.
The Royal Tenenbaums
สำหรับผู้กำกับอย่าง Wes Anderson แล้ว เขาใส่ใจในทุกดีเทลของภาพยนตร์ แม้แต่งาน Production Design อย่างพวกของตกแต่งในฉาก ก็จะเป็นในเชิงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงตัวตนของแต่ละ Character เรียกว่าของ Decoration ทุกชิ้นมีความหมายแฝง และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ Interior Design ในเรื่องนี้คือ ตามมุมห้องต่างๆ มักจะมีเฟอร์นิเจอร์หน้าตาประหลาดๆ อยู่ แต่สิ่งเหล่านี้กลับดูดีเมื่อไปอยู่ในจอภาพยนตร์
 










.
.
.
The Vow
ใครชอบ Interior Design แบบลูกผสม แนะนำให้ดูเรื่องนี้ โดยโครงสร้างหลักๆ ของบ้านในเรื่องนี้จะเป็นสไตล์ Loft แต่ของ Decoration จะค่อนข้างหลากหลายมาก มีทั้ง Vintage, American Indian หรือแม้แต่หน้ากากไม้ของ Africa เองก็ยังมี  นอกจากของตกแต่งสีสด สี Pastel แบบยุค 60s และ 70s อยู่ในห้องครัวอีกด้วย โอ๊ยยย แค่ที่เกริ่นๆ มาก็ว่าหลากหลายแล้ว ในบ้าน ยังมีพวกงานประติมากรรมที่นางเอกทำเอง ทั้งชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายอยู่ทุกๆ มุมของบ้านด้วย








.
.
.


Special Thanks
www.indiewire.comall-the-quotes.blogspot.comew.com,
scenetherapy.comforums.hipinion.com
www.darksidecinema.itwww.newcityfilm.com
 
#Watchlist #CheezeLooker #CheezelookerRecommended #movie
# film #decor #productiondesign #interiordesign