ISLE OF DOGS ช็อตภาพนิ่ง 144,400 ช็อต กับการสร้างภาพยนตร์ยาว 100 นาที

#Watchlist ณ เกาะขยะที่ถูกทอดทิ้งกับการผจญภัยครั้งใหม่แบบ Stop Motion ของ Wes Anderson
01.09.2021
231
Shares


มาแล้วกับหนัง Stop Motion
เรื่องที่ 2 ของ Wes Anderson หลังจากที่เคยฝาก Fantastic Mr. Fox ไว้ในลิสต์หนังโปรดของใครหลายๆ คน กลับมาคราวนี้ Isle of Dogs อลังการและตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม ถ่ายทอดผ่านสังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น


.
เรื่องย่อ
บนเกาะขยะที่สุนัขทุกตัวในเมืองถูกส่งมาทิ้งไว้ที่นี่ด้วยโรคระบาด Hatari Kobayashi เด็กชายวัย 12 ปีเดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อตามหาน้องหมาบอดี้การ์ดชื่อว่า ‘Spots’ ด้วยเครื่องบินขนาดเล็ก และบนเกาะนี้เอง เขาได้พบกลุ่มสุนัขเจ้าถิ่นที่จะมาเป็นผู้ช่วยในภารกิจครั้งนี้ ณ เกาะขยะที่ถูกทอดทิ้งกับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในเชิงเสียดสีการเมืองญี่ปุ่น





ความรู้สึกหลังดูจบ
ยังคงรักษาความดีงามได้อย่างดีเยี่ยมในเรื่องของ Production Design ทั้ง Mood & Tone และดีเทลเล็กๆ ที่ถูกเซ็ตขึ้นในแต่ฉาก มันเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก Wes Anderson เขาใส่ใจในทุกดีเทลจริงๆ เรียกว่าไม่ยอมปล่อยผ่านเลย แล้วก็ชื่นชมความทุ่มเทของทีมงานในการสร้างสรรค์ฉากมาก แบบคิดเลยว่า มันจะต้องใช้เวลานานมากแน่ๆ ในการทำฉากออกมาได้สวยอลังการขนาดนี้

.
.
.
 ความครีเอทีฟในการนำเสนอภาพในหนัง Stop Motion ที่ทำให้คนดูอย่างเรารู้สึกแปลกตา แปลกใจมากๆ เขาใช้มุมมองที่น่าสนใจอย่าง การนำเสนอภาพให้เราเห็นผ่านกรอบหมวกนักบิน หรือแม้แต่การใช้แค่เงาในการดำเนินเรื่องแทนการใช้ตัวละครแบบให้เห็นจังๆ อันนี้เป็นสิ่งที่เราชอบมาก การใส่สิ่งเหล่านี้ลงมามันทำให้คนดูอย่างเราได้ลิ้มรสการดูหนังที่แตกต่างจากเดิม



.
.
.
โดดเด่นด้วยเนื้อเรื่องที่เสียดสีสังคมการเมืองในญี่ปุ่น บวกกับสไตล์การเล่าเรื่องอย่างกวนๆ ตามสไตล์ของ Wes Anderson ที่หยอดมุกตลกร้ายอยู่ประปรายตลอดทั้งเรื่อง ให้เราได้หัวเราะหึๆ ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าเรื่องไหนไม่จิกไม่กัดอะไรซักอย่างก็คงไม่ใช่หนังของ Wes Anderson


.
.
.
แล้วก็ชอบการที่เขาไม่เน้นภาษาพูดของคนที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แบบอันไหนไม่ใช่เนื้อเรื่องสำคัญ หรืออันที่คนดูน่าจะพอเดาได้ เขาจะไม่แปลให้คนดูอย่างเรารู้ความหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับพวกตัวละครหลักที่เป็นสุนัขมากกว่าคน และมันทำให้เราต้องคาดเดาเอาเองว่าภาษาญี่ปุ่นที่ได้ยินแปลว่าอะไร


.
.
.
สำหรับคนที่ไม่ค่อยถนัดการอ่าน Subtitle อยู่แล้ว อาจจะลำบากนิดหน่อยในการดูเรื่องนี้ เพราะ Subtitle ค่อนข้างเยอะ และไวมาก จนอาจทำให้พลาดบทสนทนาหลายๆ อย่าง


.
.
.
ชอบมิติการแสดงสีหน้าของตัวละครหลักๆ อย่างการกรอกตาไปสายขวา การหรี่ตา และดีเทลอีกมายที่ถูกใส่เข้ามาเพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงฉากทั่วๆ ไปที่ขนของน้องหมาจะมีความปลิวเล็กน้อยตามลมอยู่ตลอดเวลาด้วย มันเป็นรายอะเอียดเล็กๆ ที่เพิ่มมิติให้กับหนัง Stop Motion ได้เป็นอย่างดี



.
.
.
เสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของผู้กำกับคนนี้คือ ชอบวางทุกอย่างไว้กลางเฟรม แบบตรงกลางเป๊ะอยู่เสมอ ซึ่งเราจะเห็นในหนังทุกเรื่องของเขา ถ้าไม่เชื่อลองไปหาภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อย่าง The Grand Budapest Hotel, Moonrise Kingdom, The Royal Tenenbaums และอีกมากมาย มาลองชมกัน


.
.
.
***ใครที่พลาด เก็บบทสนทนาไม่ครบ เพราะอ่าน Subtitle ไม่ค่อยทัน ก็แนะนำว่าให้ดูซ้ำอีกรอบ เพื่อเก็บดีเทล!
 . 
ความอลังการของการสร้างฉาก Stop Motion
.
.
.
ตัวอย่างภาพยนตร์
 
 #Watchlist #CheezeLooker #CHZLookerRecommended #WesAnderson
#movie #film #stopmotion