คุยกับ "SUNTUR" ถึงผลงานศิลปะครั้งใหม่ "A LITTLE LETTER FROM SOMEONE SOMEWHERE" ที่ร่วมงานกับศิลปินผู้สร้างเสียงอีก 26 คนเป็นครั้งแรก!

ความเงียบที่มี 'เสียง' และเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย...
ถ้าต้องเขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 10 ปี ข้างหน้า จะเขียนว่าอะไร...
ยังเหนื่อยอยู่มั้ย? คนที่อยู่ข้างๆ ยังเป็นคนเดิมหรือเปล่า? ได้ทำตามความฝันตัวเองหรือยัง?
สำหรับเราน่าจะเป็นอะไรประมาณนี้ ในจดหมายที่เตรียมจะไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ของ "SUNTUR" ที่เขาจะรับหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ในอนาคต ส่งจดหมายกลับมาหาเราอีกทีในปี 2030
.
.
.
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในนิทรรศการครั้งใหม่ของ "SUNTUR" หรือ "ซันเต๋อ - ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล" ที่เขาใช้ชื่อว่า "A Little Letter From Someone Somewhere" ซึ่งจะเกิดขึ้นวันนี้เป็นวันแรก (24.10.2020) งานที่เขากำชับเรา ให้เรากำชับทุกคนอีกทีว่า "อย่าลืมนำหูฟังมาด้วย" เพราะความพิเศษนอกจากฝีมือการวาดรูปของเขา อยู่ตรงเสียงเพลงจากศิลปิน 26 คน ที่เต็มใจสร้างสรรค์ สร้างเสียง ให้การมาชมงานครั้งนี้มีสีสันมากขึ้น...



#CheezeLooker:
ไม่เจอกันนานมาก อัพเดทชีวิตช่วงที่หายๆ ไปให้พวกเราฟังหน่อย  

SUNTUR: ช่วงที่หายไป เป็นช่วงที่ผมเริ่มทำโปรเจกต์นี้ ก็เลยจะมีรูปบางส่วนที่วาดตั้งแต่ตอนอยู่นิวยอร์ค จนกลับมาเมืองไทย รวมถึงรูปที่วาดในช่วง COVID-19 ซึ่งตอนนั้นเรากลัวมันมากกว่าตอนนี้ แล้วก็รู้สึกว่าถ้าคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวเป็น เราคงไม่กลัวที่จะอยู่ใกล้เขา ถ้าได้ดูใกล้ๆ จะเห็นว่าเป็นรูปคนใส่ชุดกันไวรัสกอดกัน อยู่ในเมืองที่ว่างเปล่า


#CheezeLooker:
ทำไมใช้ชื่อว่า "A Little Letter From Someone Somewhere" สาส์นที่อยากส่งผ่านไปถึงคนดูคือ...

SUNTUR:
คอนเซ็ปต์คือเมสเสจที่ส่งจากคนหนึ่งไปถึงอีกคนหนึ่ง มีทั้งเมสเสจจากตัวผมด้วย เพราะผมเองเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกความรู้สึกเท่าไหร่ คำบางคำที่เราไม่กล้าพูด ก็จะพูดผ่านงาน อย่างเช่นรูปที่เล่าเรื่องพ่อกับลูก แล้วก็จะมีหลายภาพที่เป็นเมสเสจจากคนรอบตัว หรือว่าเป็นเมสเสจจากสิ่งที่เราไปเจอมา อย่างคอมเมนท์ใน YouTube ที่เราดึงมาทำเป็นภาพก็มี มีบางอันเราไปเจอคนนอนอ่านหนังสือที่ Central Park เราก็ถ่ายรูปเก็บไว้ รู้สึกว่ามันสวยจังเลย ก็จะมีหลากหลายที่มาที่ไป...
ที่ใช้คอนเซ็ปต์เป็นชื่อนี้ เพราะทุกภาพคือหนึ่งเรื่อง เปรียบเหมือน 'Letter' จดหมายฉบับหนึ่ง 'Little' ก็คือตัวเล็กๆ ที่เราชอบวาด และทุกรูปจะมีทั้ง 'Someone' และ 'Somewhere' อยู่ เป็นสถานที่ต่างๆ ที่ผมเลือกมาใช้ในภาพ



#CheezeLooker:  ผลงานชุดนี้ของคุณดูแตกต่างจากงานชิ้นก่อนๆ เหงาแบบไม่เหงา เพราะมีเสียงเพลงมาเป็นส่วนประกอบด้วย

SUNTUR:
จริงๆ เรามีไอเดียนี้มาตั้งนานแล้ว เหมือนเวลาเราไปโชว์งาน คนที่มาดู เขาก็จะคิดไม่เหมือนกันเลย ส่วนใหญ่ก็จะถามเราว่ามันหมายความว่ายังไง ซึ่งเราจะไม่ค่อยบอก เพราะอยากฟังความคิดเห็นของเขามากว่าให้เขามาฟังจากเรา จริงๆ มันไม่มีถูก ไม่มีผิด งานของผมรอบนี้เป็นสตอรี่มากๆ คนที่มาดูงานมองภาพเดียวกัน ก็อาจจะเข้าใจเรื่องไม่เหมือนกัน และมันคงจะดี ถ้าเราได้ศิลปินที่เราชื่นชอบมาตีความในรูปแบบของเขา... 

การที่ฟังเพลงไปด้วย ดูรูปไปด้วย มันทำให้รูปเราได้อยู่ในสายตาของคนที่มาดูได้นานขึ้น คือเราไม่อยากให้คนมาดูงาน เดินวนรอบนึงจบ ผมเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน แล้วก็รู้สึกว่า เสียงเพลงเป็นตัวนึงที่ดึงคนให้อยู่กับงานได้ คุณจะมาดูอย่างเดียวก็ได้ มาฟังอย่างเดียวก็ได้ หรือมาหลายๆ รอบก็ยิ่งดี



#CheezeLooker:  การร่วมงานกับเหล่าศิลปินที่เรียกได้ว่าเยอะมากกก!

SUNTUR:
ตอนแรกที่คิด ก็รู้สึกว่าเป็นงานที่ยากมาก มันดูลำบาก ดูเป็นงานใหญ่ มีวันหนึ่งได้คุยไอเดียนี้กับเพื่อน เพื่อนบอก ดี! ทำเลย! เราก็โอเค เริ่มจากศิลปินที่เรารู้จักก่อน อย่างพี่ป๊อด พี่ลุลา พี่ๆ ก็ยินดีที่จะทำ เราเลยรู้สึกว่าใจชื้นขึ้น บางทีสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันอาจจะแค่เราไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก ผมเป็นคนขี้เกรงใจมาก ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร แต่โปรเจกต์นี้ทำให้เรารู้ว่า ร้องขอบ้างก็ได้ (หัวเราะ) เพราะถ้าเราทำด้วยความจริงใจ ไม่ได้ไปหวังผลอะไรจากเค้า ผมสัญญากับศิลปินทุกคนที่มาร่วมทำโปรเจกต์นี้ว่าผมจะทำให้ดีที่สุด มีศิลปินหลายคนที่เราชื่นชอบมาก มันเป็นโปรเจกต์พิเศษที่...ถ้าเราไม่ทำอันนี้ เราคงจะไม่ได้ร่วมงานกับพวกเขาแน่นอน มีที่เราเลือกเองว่าภาพนี้เหมาะกับใคร และมีที่เขาเลือกเอง เพลงที่ออกมาก็มีหลากหลายมาก เพราะเราไม่อยากมีโจทย์ให้เขา ความเซอร์ไพรส์เลยเกิดขึ้นเพียบ


#CheezeLooker:
สาระสำคัญของ "จดหมาย" ที่อยากให้ทุกคนเขียนถึงตัวเอง  

SUNTUR:
สิ่งที่ต้องทำคือ จะเขียนมาจากบ้านก็ได้ หรือจะมาเขียนโปสการ์ดในงาน ซึ่งจะเป็นห้องที่มีตู้จดหมาย แล้วอีก 10 ปี ผมจะส่งไปหาตามที่อยู่ที่คุณเขียนไว้ รวมทั้งอีเมลด้วย เผื่อในกรณีที่เขาเลิกส่งจดหมายกันแล้ว ผมก็จะสแกนส่งไปให้
 
#CheezeLooker: ส่งจริงปะเนี่ย! ถ้าเราตายก่อนล่ะ?

SUNTUR:
ทำจริง ส่งจริงๆ ถ้าตอนนั้นคุณไม่อยู่แล้ว แต่คนที่ได้รับจดหมายแทน เขาอาจจะแฮปปี้ก็ได้  


#CheezeLooker:
ทำไมต้อง 10 ปี?

SUNTUR: มันเป็นเวลาที่ไม่เห็นภาพว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่ มันดูไกลจนเราอาจจะลืมไปด้วยซ้ำ หลายคนบอกว่า มันนานจังเลย เอา 5 ปี หรือ 3 ปีมั้ย? แต่เรารู้สึกว่าระยะเวลาเท่านั้นมันพอนึกออก…อย่างตอนที่ผมอายุ 21 ปี เป็นช่วงเรียนจบ ผมคิดแค่ว่าจะทำงานโฆษณา ไม่เห็นภาพเลยว่าวันหนึ่งจะมาทำงานตรงนี้ ได้วาดรูปเป็นอาชีพ ถ้าวันนี้เราอ่านจดหมายจากตอนนั้น ก็คงจะรู้ว่าเราโตมาเยอะขึ้น และทุกอย่างที่เลือกทำลงไป เป็นสิ่งที่ถูกแล้ว


#CheezeLooker:
ยิ่งนาน ผลงานยิ่งลุ่มลึกมากขึ้น

SUNTUR:
ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกันนะ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลงานชุดนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา และเราต้องเชื่อตัวเองเยอะๆ
 
#CheezeLooker: โพรเซสในการสร้างงานแต่ละครั้ง มันจะเริ่มต้นและจบลงแบบไหน?

SUNTUR:
เรามีแพลนจะทำ Exhibition อยู่แล้ว มันทำให้เรามีไฟ งานครั้งนี้ห่างจากครั้งที่แล้วประมาณ 2 ปี 8 เดือน ผมรู้สึกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว เพราะว่าการจัดแต่ละครั้งก็ได้อะไรเยอะ อย่างครั้งนี้ก็ทำให้เราเรียนรู้อะไรหลายๆ ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานใหม่ๆ ด้วยสเกลงานที่ใหญ่มากขึ้น ดีเทลที่เยอะขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว รู้ว่าการขอความช่วยเหลือในบางเรื่อง มันทำได้นะ แล้วก็เรียนรู้ว่า...อย่าหาทำ (หัวเราะ)



#CheezeLooker: 
Life Goals?


SUNTUR: จริงๆ ตอนนี้ไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น คิดแค่ว่าเอาวันนี้ให้เสร็จก่อน เพราะงานครั้งนี้ ผมอยู่กับมันมาเป็นปีแล้ว นอนคิดว่าจะเอายังไงดีวะ ปัญหามีอะไรบ้าง มันจะราบรื่นตามที่เราคิดมั้ย ด้วยความที่เราทำทุกอย่างเอง ลงทุนไปเยอะ ก็เลยอยากให้มันจบก่อน อยากมีความรู้สึกเบาใจ มีเวลาได้พักเหนื่อย แล้วค่อยแพลนงานครั้งใหม่ ยังมีอะไรอีกเยอะที่ผมอยากทำ
 
#CheezeLooker: ไม่คิดถึงงานเขียนบ้างเหรอ?

SUNTUR: ผมยังรักในงานเขียน ซึ่งงานเขียนก็เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้เหมือนกัน มันจะถูกเล่าอยู่บนชื่อภาพทั้งหมด :)


#CheezeLooker: แรงบันดาลใจหรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่นำมาสร้างผลงานชิ้นนี้ มีเรื่องของตัวเองกี่รูป สปอยล์หน่อย

SUNTUR: มีเยอะ แต่ไม่ได้บอกว่ามาจากช่วงไหนของชีวิต...มีอยู่รูปหนึ่งเป็นรูปนกคาบปลา (I’m Coming Home) อันนั้นผมวาดเพราะว่า...เหมือนผมหนีไปใช้ชีวิตอิสระ ทิ้งครอบครัวมานานแล้ว ซึ่งผมเป็นลูกคนเดียวด้วย ตอนจะกลับมาเมืองไทย เลยอยากจะวาดรูปนึงเพื่อเตือนว่า ถึงเวลาที่เราจะกลับไปดูแลคนที่บ้านได้แล้ว และไม่ควรจะกลับไปมือเปล่า ก็เลยออกมาเป็นภาพนกบินคาบปลากลับไปเลี้ยงครอบครัว  


.
.
.

#CheezeLooker Recommended
เราอยากชวนทุกคนไปดูนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะครั้งที่ 2 ของ "SUNTUR" ที่จะเชื่อมประสบการณ์มากกว่าที่ตาเห็น ซึ่ง เขาได้ถ่ายทอดผลงานที่รวบรวมจาก เรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ ภาพจำจากประสบการณ์ ทั้งความจริงและภาพฝัน ทั้งผ่านเสียงสนทนาของผู้คนรอบตัวหรือความคิดที่ผุดขึ้นมาจากความเงียบงัน นำมาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะชื่อยาว

A Little Letter From Someone Somewhere: Paintings and Sounds Exhibition by SUNTUR and 26 Beloved Guests แต่ละภาพจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านบทเพลงจากศิลปิน 26 คน ที่พอเห็นรายชื่อแล้วก็ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลย ไม่เชื่อดูตามนี้...


ในงานยังมีส่วนของกิจกรรม Send Letter To (Future) You: From 2020 to 2030 [ Projection Mapping by Another Day Another Render ] presented by Epson มีตู้ไปรษณีย์ ที่เราบอกไว้ตอนต้น ให้เราส่งจดหมายถึงตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าอีกด้วย จะเขียนมาจากบ้าน หรือมาซื้อโปสการ์ดแล้วเขียนที่หน้างานก็ได้ ภายในห้องยังมีงานศิลปะแบบ Diorama เป็นโมเดล 4 ตู้ 4 ฤดู บอกเล่าเรื่องราวให้ทุกคนได้ใช้สายตาซูมดูกัน พร้อมทั้งมีงาน Sculpture ที่ใช้ชื่อว่า "Unsent Letter" (ตรงนี้เขาขยายความให้เราฟังว่า จดหมายที่ไม่ได้ส่ง ส่วนใหญ่มักจะเป็น 'ความจริง’ ที่เราคิดว่ามันดีไม่พอ หรืออาจจะไม่อยากให้คนรับรู้ความจริงทั้งหมด)  

นอกจากนี้ ยังมี Special Scent: Everyday kmkm X SUNTUR พบกับกลิ่นหอมใหม่ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากผลงานในครั้งนี้ พร้อมกับของที่ระลึกน่าซื้อจาก SUNTUR STORE ที่เขา Collab. กับเพื่อนๆ ร่วมวงการ ให้ทุกคนพากลับบ้าน


"A Little Letter From Someone Somewhere" เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 24.11.2020 ที่ JWD Art Space ซอยจุฬาลงกรณ์ 16 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของงานกันต่อได้ที่ A Little Letter From Someone Somewhere by SUNTUR 

#CheezeLooker #WhereToGo #Exhibition #Suntur #ALittleLetterFromSomeoneSomewhere