"NIKE AIR ZOOM MERCURIAL" มิติใหม่ของรองเท้าฟุตบอลจากรองเท้าฟุตบอลต้นแบบ

ล้ำสุดในสนามบอล!!!
16.02.2020
1413
Shares
"We started with a full length Zoom Air bag and visualized what it would look like if the Air bag kept growing up the sides and enveloped the boot."
- Jeongwoo Lee (Senior Design Director, Nike Football)

Nike นำเสนอรองเท้าฟุตบอลต้นแบบรุ่น Nike Air Zoom Mercurial รองเท้าฟุตบอลต้นแบบรุ่นนี้มีชิ้น Zoom Air Bag แบบเต็มผืน ที่สามารถรองรับแรงกระแทกและซัพพอร์ตได้ดี ช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายและสามารถมอบแรงส่งกลับมาได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นักออกแบบของ Nike ปรับเปลี่ยนโครงสร้างช่วงระหว่างใต้ฝ่าเท้าของผู้สวมใส่จนถึงพื้นรองเท้าใหม่หมด โดยใช้วัสดุชนิดใหม่ทดแทน เพื่อให้เท้าของผู้สวมใส่อยู่แนบกับชิ้น Zoom Air มากที่สุด!

Nike Football เคยทำการทดลองใส่ชิ้น Zoom Air ในรองเท้าฟุตบอลมาแล้วหลายสิบปีก่อน แต่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ๆ เป็นแรงผลักดันให้นักออกแบบของ Nike นำแนวคิดที่เคยทดลองไว้มาทดลองใหม่อีกครั้ง ชิ้น Zoom Air ที่ Nike นำมาใช้ในรองเท้าฟุตบอลรุ่นต้นแบบนี้มีประโยชน์ทั้งในแง่การใช้งานและช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับรองเท้าฟุตบอลอีกด้วย

รองเท้าฟุตบอลรุ่นต้นแบบนี้ยังถือเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรกที่ใช้หน้าผ้าที่เรียกว่า Nike Flyprint โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการพิมพ์วัสดุหน้าผ้ารองเท้าแบบ 3 มิติเทคโนโลยีแรกของ Nike เทคโนยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่ Nike ออกแบบสำหรับรองเท้าสำหรับการแข่งขันกีฬา และนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์จริงครั้งแรกในรองเท้าวิ่ง Nike Zoom Vaporfly Elite Flyprint ที่สวมใส่โดย Eliud Kipchoge นักวิ่งมาราธอนชื่อดัง

หน้าผ้า Flyprint นั้นผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการ Solid Deposit Modeling (SDM) โดยเครื่องจักรจะดึงเส้นใย TPU Fiber จากเกลียวและยืดให้ตรง หลอมเส้นใยก่อนจะวางเส้นใยทับกันเป็นชั้น เทคโนโลยี Flyprint ยังช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างโครงสร้างของหน้าผ้าตามรูปเท้าของนักกีฬาแต่ละคนได้ เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ Nike สามารถพัฒนาหน้าผ้าได้แบบดิจิตอล และยังช่วยให้ไนกี้สามารถยกระดับเทคโนโลยีหน้าผ้ารองเท้าอื่นๆ ที่ Nike พัฒนามาก่อนหน้า เช่น Nike Hyperfuse, Flywire หรือ Flyknit ได้ด้วยกรรมวิธีหรือเทคนิคที่ไม่สามารถทำได้ในอดีต

ข้อดีอีกประการหนึ่งของหน้าผ้าที่ผลิตแบบ 3 มิติที่เหนือกว่าหน้าผ้าที่ผลิตแบบ 2 มิติ คือการเสริมความยืดหยุ่นของเนื้อผ้าด้วยกรรมวิธีตัดเย็บแบบอื่นๆ นอกเหนือจากการตัดเย็บโดยใช้ด้ายพุ่งและด้ายยืน นอกจากนี้เทคนิคการผลิตแบบ Flyprint ยังเชื่อมวัสดุหรือเส้นใยต่างๆ โดยการหลอมด้วยความร้อนแทนที่การเย็บ กล่าวคือ หน้าผ้าแบบทอหรือถักที่ผลิตโดยใช้ด้ายพุ่งและด้ายยืนนั้น จะมีแรงเสียดทานบริเวณที่เส้นใยเย็บติดกัน แต่หน้าผ้าที่ผลิตจากการหลอมเส้นใยนั้นจะช่วยให้นักออกแบบสามารถควบคุมและปรับแต่งในแต่ละจุดได้อย่างแม่นยำ



สำหรับรองเท้าฟุตบอลต้นแบบรุ่น Nike Air Zoom Mercurial นั้น มีหน้าผ้าที่ผลิตโดยเทคโนโลยี Flyprint มีน้ำหนักเบากว่าและระบายอากาศได้ดีกว่าหน้าผ้าชนิดอื่นๆ ที่ Nike เคยผลิต นอกจากนี้ หน้าผ้าของรองเท้ารุ่นนี้ยังมีการเคลือบฟิล์ม All Conditions Control (ACC) เพื่อให้ทนทานกับสภาพอากาศต่างๆ มากขึ้น...
 
หน้าผ้าของรองเท้าฟุตบอลต้นแบบนี้ได้รับการเสริมความแข็งแรงอย่างแม่นยำที่สุดโดยอาศัยทั้งกระบวนการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ของ Nike และรูปแบบการผลิตหน้าผ้าโดยใช้เทคโนโลยี Flyprint เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของกีฬาฟุตบอลมากที่สุด โดยรองเท้ารุ่น Nike Air Zoom Mercurial นี้ยังมีเส้นใย Flywire เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและปกป้องเท้าของผู้สวมใส่อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ชิ้น Zoom Air ขนาด 4.5 มม. คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของรองเท้าต้นแบบรุ่นนี้ แม้ว่าวัตถุประสงค์ของการใส่ชิ้น Zoom Air ในรองเท้าฟุตบอลต้นแบบรุ่นนี้อาจจะแตกต่างกับการทดลองในอดีตที่ Nike เคยทำ การทดลองใช้เทคโนโลยีแอร์ในรองเท้าในยุคปัจจุบันนี้เป็นการทดลองเพื่อให้รองเท้าตอบสนองต่อการเล่นได้ดีขึ้น มิใช่เพื่อความรู้สึกนุ่มสบายเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียวในอดีต

Jeongwoo Lee อธิบายว่า "ในอดีต เราออกแบบรองเท้าฟุตบอลโดยให้ความสำคัญกับแนวคิดว่านักฟุตบอลต้องรู้สึกสบายที่บริเวณส้นเท้ามากที่สุด แต่สไตล์ของผู้เล่นที่เหมาะกับรองเท้าฟุตบอลตระกูล Mercurial นั้น ไม่ได้ใช้ส้นเท้าเป็นหลักในการเล่นฟุตบอล ผู้เล่นเหล่านี้มักจะทะยานไปข้างหน้าโดยใช้หน้าเท้าอย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ Nike พัฒนาชิ้น Zoom Air ที่บาง และยาวตลอดตัวพื้นรองเท้า ซึ่งชิ้น Zoom Air นี้ จะช่วยให้นักฟุตบอลรู้สึกคล่องแคล่ว ออกตัวได้อย่างว่องไวในทุกจังหวะ ไม่ต้องกังวลกับสิ่งอื่นใด"



ชิ้น Zoom Air นี้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งตัวรองเท้า โดยบริเวณใต้ฝ่าเท้าจะเป็นจุดที่สามารถจับต้องและมองเห็นชิ้นส่วนนี้ได้อย่างชัดเจน ไม่มีสิ่งใดบดบัง นอกจากนี้ยังมีตัวอักษร 20 Zoom ที่ด้านหลังส้นเท้าเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของนวัตกรรม Zom Air ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Nike ใช้ในรองเท้าต้นแบบรุ่นนี้ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์ และอยู่คู่กับ Nike มานาน กล่าวคือ พื้นรองเท้า Nike Air ทุกชิ้นตั้งแต่ปี 2008 มีวัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบกว่าครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ เทคโนโลยี ฟลายพรินต์ยังเป็นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งบริเวณที่รองรับหลังเท้านั้นจะมีข้อความว่า "Structure printed as a single strand = Zero Waste" (โครงสร้างผลิตจากเส้นใยม้วนเดียว = ไม่มีเศษวัสดุเหลือทิ้ง)

"รองเท้าต้นแบบรุ่น Nike Air Zoom Mercurial เป็นเสมือนความพยายามของ Nike ในการก้าวไปสู่อนาคต และยังเป็นผลงานที่ Nike ใช้แสดงว่าเราทำอะไรได้บ้างในขณะนี้ Nike สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่างๆ เช่น Nike Zoom Air และเทคโนโลยี Flyprint ได้มากขึ้น และเรายังพร้อมจะพัฒนานวัตกรรมของเราอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่ารองเท้าฟุตบอลยังพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง ไร้ขีดจำกัด"


#CheezeLooker #News #NikeTH #NikeInnovation2020