รู้จัก "ZEE" ศิลปินรุ่นใหม่ที่ใช้ทุกความสามารถทางดนตรี เพื่อสร้างสรรค์ 'บทเพลง' ให้เป็นเหมือน 'บทกวี' ในใจคนฟัง

หยุดความคิดว่ายากแล้ว แต่ให้หยุดฟังเพลงของ "ซี" น่าจะยากกว่า!
12.06.2020
1345
Shares
สำหรับใครที่ติดตาม "Zee" หรือ "ซี - เวหยุทธ์ เกตุปัญญา" ศิลปินสังกัดสนามหลวงมิวสิกกันอยู่ ก็น่าจะได้ฟังเพลง "หยุดความคิด (Debbie’s Song)" ซิงเกิลที่ 4 ของเขากันไปบ้างแล้ว...



ซึ่งถ้าได้ฟังเพลงนี้เทียบกับเพลงก่อนหน้า ตั้งแต่ "สิ่งที่อยากบอก" ซิงเกิลแรกกับซาวนด์ดนตรีแนว Lo-Fi ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเขา ต่อด้วยงานแนว Lo-Fi ที่แทรกความฟุ้งฝันไว้ในอารมณ์เพลงอย่าง "ฝันไปพอ" ซิงเกิลที่ 2 และ "ไม่พักผ่อน" อีกเพลงที่ซีบอกเล่าเรื่องความสัมพันธ์จากมุมมองของเขา จะเห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีของเขาที่ทำให้แต่ละเพลงแตกต่างกัน แต่ยังคงตัวตนของเขาอยู่ในทุกเพลง...

นั่นคงเป็นเพราะว่าในทุกๆ ผลงานที่ส่งต่อถึงคนฟังนั้น เป็นผลมาจากความสามารถของผู้ชายวัย 22 ปีคนนี้ ที่ทุกเพลงเริ่มต้นจากตัวเขา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเนื้อร้อง การแต่งทำนอง การทำดนตรี และหลายครั้งก็ยังรวมไปถึงการทำ MV ที่ท้าทายความสามารถของบัณฑิตใหม่จากคณะนิเทศศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ซึ่งต้องตีความเพลงที่เขาเป็นเขียนเอง ให้กลายเป็น MV ที่มี Symbolic ในการเล่าเรื่อง   

 

การทดลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ทั้งการเลือกซาวนด์ที่ใช้เป็นลูกเล่นที่ซ่อนไว้ในเพลง และการใช้เครื่องดนตรีที่ไม่เคยเล่นมาก่อน คืออีกสิ่งที่ทำให้ทุกเพลงของซีมีเสน่ห์ในแบบที่ไม่ซ้ำกับใคร ในซิงเกิลที่ 2 เครื่องดนตรีที่เขาเล่นเป็นครั้งแรกในชีวิตและนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเพลงด้วยก็คือเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างแคน หรือในซิงเกิลล่าสุดที่เขาชัดเจนกับความชอบของตัวเอง จนถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงยุคใหม่ที่มีกลิ่นอายของซาวนด์แบบเพลงเก่ายุคที่เขาชอบฟัง ไปจนถึงความพยายามในการเลือกคำที่จะใช้เป็นเนื้อร้อง ซึ่งมาจากความตั้งใจของซีที่ว่า..."ผมอยากให้เพลงที่เขียนเป็นเหมือนบทกวีที่อยู่ในใจคนฟัง"




ในทุกเพลง ซียังได้ใช้ความสามารถทางการเล่นดนตรีของเขาอย่างเต็มที่ เพราะหลายเสียงของเครื่องดนตรีที่ได้ยินในเพลงก็เป็นผลงานการเล่นของเขาเอง จากเด็กวัยประถมที่มีไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่หัดเล่น เพราะแค่อยากรู้จักเครื่องดนตรีชนิดนี้ให้มากขึ้น โตมาเป็นเด็กหนุ่มที่สนุกกับการจับเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เบส กลอง และคีย์บอร์ด ก่อนจะนำความสามารถทั้งหมดนั้นมาประกอบกันเป็นผลงานเพลงของเขา... 

ในสายตาของซี งานเพลงก็คืองานศิลปะ แต่เป็นงานศิลปะที่เขาจัดอยู่ในกลุ่ม Commercial Art เพราะเขาตั้งใจให้เพลงของเขาเป็นงานศิลปะที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงและมีความสุขไปกับการฟังเพลงของเขาได้ และในทุกๆ ครั้งที่เขาได้นำเสนองานศิลปะของเขาบนเวที สิ่งที่เขาได้รับกลับมาและเพิ่มขึ้นในทุกครั้งก็คือคนดูที่รู้จักเพลงของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...

"ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ช่วง 2-3 งาน หลังจากที่ได้ไปเล่นสด ผมเริ่มเจอคนดูที่เขามาดูเราซ้ำ เขาเริ่มเข้ามาคุย มาขอถ่ายรูป เวลาเห็นแบบนี้ก็รู้สึกดีใจที่เขามาดูเราอีก หรืออย่างพอกลับไปดูใน IG ก็เห็นมีคนแท็กเรามาหลายคนเลย เวลาเล่นสด เราไม่รู้หรอกว่าคนที่มาดู เขารู้จักเราแค่ไหน แต่พอเห็นแบบนี้ก็ดีใจที่เขาตามเราเจอ"


สำหรับศิลปินหน้าใหม่อย่างซี ความรู้สึกที่ได้รับจากคนดู แม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ทำให้เขามั่นใจมากขึ้นและเป็นอีกแรงผลักดันที่ทำให้เขาอยากเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองต่อไป...

"พอได้ทำงานมากขึ้น ผมรู้สึกเหมือนกับตัวเองได้เจอพื้นที่ที่เป็นของเรา พื้นที่ที่เราสามารถทำตามความคิดของตัวเองได้ โดยไม่ไปหักล้างกับความคิดของคนอื่น แล้วก็มีกลุ่มคนที่เข้าถึงความคิดของเราได้ ถ้าพูดย่อๆ ก็คือเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผมมั่นใจขึ้น และสนุกกับการทำงานมากขึ้น"

.
.
.
"หยุดความคิด (Debbie’s Song)" เพลงชวนเหงาที่มี กลิ่นอาย Lo - Fi ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ทางดนตรีเฉพาะตัวของ  "Zee" เนื้อหาบอกเล่าถึงความรู้สึกที่ไม่ได้หยุดลงพร้อมความสัมพันธ์ โอบล้อมไปด้วยความเหงา ความคลุมเครือไม่ชัดเจน และ สัญลักษณ์บางอย่างที่เปิดโอกาสให้คนฟังได้ตีความ กับดนตรีที่ทำจากสตูดิโอที่บ้าน ด้วยเสียงโซโล่กีตาร์ในแบบฉบับของ "Zee" ที่มีความพลิ้วลอย สะกดคนฟัง ให้ถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งเสียงเพลงใบเดียวกับเขาในแบบที่เราไม่รู้ตัว!


"ผมเขียนเพลงตอนที่นึกถึงคนสองคนที่คบกันจนถึงจุดที่รู้ว่า คงไปกันต่อกันไม่ได้แล้ว แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น เขาก็ยังหวังดีต่อกันได้"


นี่เป็นความรู้สึกที่อยู่ในใจ ก่อนจะถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยคำในเพลงนี้ เนื้อเพลงแบบตรงไปตรงมาที่มาจากความรู้สึกไม่ใช่ถูกปรุงแต่ง มีคำเชื่อมคำคล้องระหว่างไทยและอังกฤษผสานกันอย่างลงตัว จน "พี่ตุล ไวฑูรเกียรติ" ถึงกับเอ่ยว่าเขาเป็น "กวียุคใหม่" และนี่เป็นครั้งแรกที่พี่ตุล ซึ่งถือเป็นพี่ใหญ่แห่งค่ายสนามหลวงมิวสิก มาดูแลการผลิต เป็นโปรดิวเซอร์ในการทำเพลงให้อย่างเต็มตัว! 
การทำงานกับศิลปินรุ่นพี่ ทำให้ศิลปินรุ่นน้องได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นถึงจุดที่ต้องปรับปรุง จุดที่เป็นเอกลักษณ์ กระบวนการทำงาน ไปจนถึงการดีไซน์ซาวนด์ที่เขาได้ทดลองใส่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ไว้ในเพลง อย่างเสียงเคาะกุญแจที่สอดคล้องกับอารมณ์ของเพลงมีเสียงคอรัสจากนักร้องหญิงที่ช่วยเพิ่มบาลานซ์ให้กับเพลงนี้ได้อย่างลงตัว...
ในฝั่งดนตรียังได้ "โน้ต - สุเมธ กิจธนโสภา" หรือ "โน้ต Yaak Lab" โปรดิวเซอร์ ดีเจ และศิลปินอิเล็กทรอนิกฝีมือดีมาช่วยดีไซน์เสียงกลองให้ เบสเป็นการอัดสดจากนักดนตรีที่ไลน์เบสและลูกเล่นเป็นไปตามที่ซีเขียนไว้ ดนตรีที่เหลือทั้งหมดซีเป็นคนเล่นเองทั้งเสียงคีย์บอร์ด กีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้าสองไลน์ และการมิกซ์เพลงที่พี่ตุลเจาะจงให้ซีเป็นคนทำเอง เพราะเห็นว่างานมิกซ์ของซีมีเสน่ห์ในแบบโฮมสตูดิโอ ซึ่งมาพร้อมกับซาวนด์แบบ Lo-fi ที่เป็นเสน่ห์แบบเฉพาะตัวของซี

#CheezeLooker ขอชวนทุกคน หยุด - คิด ไปกับเพลง "หยุดความคิด" บทเพลงที่ไม่ใช่แค่การบอกเล่าความรู้สึก แต่ยังแฝงไว้ซึ่งพัฒนาการทางความคิดและงานเพลงของศิลปินคนนี้ไปพร้อมๆ กัน... 



ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ZEE กันต่อได้ที่ >> Facebook: THISZEE 
และสนามหลวงมิวสิกทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook: SanamluangMusicOfficial/ 
Instagram: sanamluangmusicofficial/ และ Youtube: https://bit.ly/2FzmrHk


#CheezeLooker #News #Entertainment #ZEE #thisiszee #zeedox #SanamluangMusic #SanamluangMusicOfficial