"MADE IN YALA" เมื่อผ้ามือสองและผ้าปาเต๊ะกลายเป็นภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย

Yala Craft City โปรเจกต์ที่เชื่อมชุมชน นักวิจัย และนักออกแบบเข้าด้วยกัน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของยะลาในมุมใหม่
18.06.2026
2064
Shares
จากผ้ามือสอง ผ้าปาเต๊ะ งานลูกปัด และทักษะงานฝีมือที่อยู่คู่ชุมชนชายแดนใต้มายาวนาน สู่คอลเลคชั่นแฟชั่นร่วมสมัยที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองยะลาในมุมใหม่ ผ่านโปรเจกต์ “Made in Yala” ภายใต้โครงการวิจัย Yala Craft City : การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมงานคราฟต์ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการเลื่อนระดับสถานะทางสังคม


ก่อนจะกลายเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่น Made in Yala เริ่มต้นจากผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในอาซ่อง โกตาบารู รามัน และเมืองยะลา ผู้ใช้เวลาหลายปีอยู่กับผืนผ้า งานเย็บปัก และงานฝีมือที่ส่งต่อกันมาในชุมชน...
พวกเธอไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่เรื่องราวเหล่านั้นอาจไม่เคยถูกเล่าผ่านภาษาของแฟชั่นมาก่อน จนกระทั่งโครงการ Yala Craft City โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ชวนช่างฝีมือในพื้นที่มาร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นที่เปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นบทสนทนาร่วมสมัยภายใต้ชื่อ Made in Yala







สิ่งที่น่าสนใจของ Made in Yala คือการเลือกใช้วัสดุที่สะท้อนตัวตนของพื้นที่ได้อย่างตรงไปตรงมา ผ้าปาเต๊ะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนในชายแดนใต้ ถูกนำมาพบกับผ้ามือสอง หนึ่งในวัตถุดิบที่สะท้อนบทบาทของยะลาในฐานะแหล่งค้าผ้ามือสองสำคัญของประเทศ ก่อนถูกตีความใหม่ผ่านเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายของท้องถิ่นเอาไว้







คอลเลคชั่นได้รับการออกแบบและจัดวางโดย กรรณิการ์ แสงจันทร์ สไตลิสต์จากแบรนด์ Made by Hotcake พร้อมบันทึกภาพโดย อนน สิงห์ทองลา หรือ SUPERVERYSNAPSHOT ช่างภาพสตรีทแฟชั่นและช่างภาพอิสระชื่อดังของไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของยะลาผ่านผู้คน สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตในเมือง ตั้งแต่อาคารเทศบาลเมืองยะลายุค พ.. 2500 โรงแรมเมโทร ย่านโคลีเซียม ไปจนถึงตรอกซอกซอยและร้านค้าเก่าแก่ที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของผู้คน







นอกจากการนำผ้าปาเต๊ะและผ้ามือสองมาต่อยอดแล้ว คอลเลคชั่นยังผสานงานปัก งานเย็บ และงานร้อยลูกปัดจากช่างฝีมือในชุมชน รวมถึงกลุ่มผู้พิการที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต สะท้อนแนวคิดที่มองงานออกแบบเป็นมากกว่าความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าให้กับทักษะที่มีอยู่ในท้องถิ่น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เครือข่ายช่างฝีมือเหล่านี้ได้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า งานลูกปัด ไปจนถึงจักสานเตยหนามและของใช้ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนสามารถดำเนินงานต่อได้ด้วยตนเองในระยะยาว และต่อยอดสู่รูปแบบ Social Enterprise ในอนาคตอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการคือการนำวัสดุท้องถิ่นเข้าสู่เวทีสากล ผ่านโครงการ Materials Now: Thai Local Materials for Global Potential ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และจัดแสดงภายในงาน Interior Lifestyle Tokyo 2026 Tokyo Big Sight ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนศักยภาพของงานคราฟต์ไทยที่สามารถก้าวไกลกว่าตลาดชุมชน หากได้รับการต่อยอดผ่านการออกแบบและการพัฒนาอย่างเหมาะสม






โครงการ Yala Craft City ดำเนินงานโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) และกรอบงานวิจัยของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ววน.) โดยมุ่งใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนในพื้นที่

สำหรับก้าวต่อไป Made in Yala จะเปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการภายในงาน Pattani Decode ที่ TCDC ปัตตานี ในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสเรื่องราวของยะลาผ่านแฟชั่น งานคราฟต์ และผู้คนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ด้วยตนเอง

Made in Yala จึงไม่ใช่เพียงคอลเลคชั่นแฟชั่น แต่เป็นตัวอย่างของการใช้ความคิดสร้างสรรค์เชื่อมโยงผู้คน งานฝีมือ และอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชนและเมืองยะลาในระยะยาว

#CheezeLooker #News #Fashion #MADEINYALA