ทำความรู้จักกับ "CAMOUFLAGE PATTERNS" ในแบบเฉพาะกิจที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

"ชื่อนี้ไม่คุ้น แต่เคยเห็น" กับประวัติความเป็นมาและชื่อเรียกเฉพาะของ "CAMO" แต่ละแบบ ก่อนจะเป็น Camouflage ที่เราคุ้นเคย
13.08.2019
1568
Shares
มนุษย์นำการพรางตัวแบบสัตว์มาประยุกต์ใช้กับการพรางตัวของทหาร โดยเริ่มใช้กับการฝึกลูกเสือของอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ด้วยการใช้สีทาบนใบหน้าเพื่อพรางตัวในป่า หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1857 จึงมีการนำไปใช้จริงในกองทัพอังกฤษที่ประจำการอยู่ในอินเดีย ส่วนเครื่องแบบทหารชุดแรกเริ่ม คือชุดสีกากีที่ทหารอังกฤษใส่ในสงครามบัวร์ (Boer War) ที่แอฟริกาช่วงปี ค.ศ. 1902 และประเทศอื่นๆ ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับลวดลายและสีสันลายพรางของชุดทหารมากขึ้น นี่ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของ Camouflage ซึ่งทุกวันนี้กลายเป็นไอเท็มที่เพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวอย่างไม่รู้จบ
มาทำความรู้จักกับ Camouflage กันว่าแต่ละลายมีชื่อเรียกอะไรกันบ้าง...

 

 

ลายนี้ถือเป็นลายคลาสสิคที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันดี เพราะนอกจากจะเป็นลายที่กองทัพอเมริกานำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ.1981 แล้ว ในส่วนของแฟชั่นเองก็ปล่อยไอเท็มลาย 'Woodland' มาให้ได้ช้อปกันตลอดแทบทุกซีซั่น ไม่ว่าจะเป็นทั้ง แจ็คเก็ต เสื้อยืด กางเกง ไปจนถึงแอคเซสเซอร์รี่ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก็มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหายไปจากรันเวย์เลย

DUCK HUNTER

ลายนี้จะมีมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยที่ลาย 'Duck Hunter' กับลาย 'Frog Skin' จะเหมือนกันมากจนแยกแทบไม่ออกว่าอันไหนชื่ออะไร วิธีดูคือ ถ้าเป็น 'Frog Skin' จะมีเนื้อผ้าที่หนากว่าและมีลายทั้ง 2 ด้าน โดยที่ลายด้านในจะมีเพียง 3 สีแบบ 'Beach Pattern' พูดง่ายๆ คือมีพื้นหลังเป็นสี Tan และมีลวดลายเป็นสีน้ำตาลที่เข้มขึ้นมาอีก 2 สี ส่วน 'Duck Hunter' นั้น เนื้อผ้าจะบางกว่าและมีลายเพียงด้านเดียว ที่สำคัญลายนี้ นิยมใช้ในกีฬาล่าสัตว์อย่างพวกล่าเป็ดตามชื่อที่ได้มาอีกด้วย

 

RAINDROP

กองทัพอากาศของเยอรมันทดลองใช้ลายนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมันกลายที่นิยมลากยาวมาจนถึงช่วงสงครามเย็น ที่เกือบทุกประเทศในกลุ่ม 'Warsaw Pact' ของยุโรปตอนกลางใช้กัน โดยลาย 'Raindrop' นี้ จะมีลักษณะที่ตรงตามชื่อมากที่สุดคือเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายกับตอนฝนตกนั่นเอง

 

SPLINTER

ลายนี้คิดค้นขึ้นโดยกองทัพอากาศของเยอรมันและถูกนำมาใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ลักษณะของลวดลายจะเป็นรูปทรงเรขาคณิต คล้ายกับเศษกระจกแตก โดยในช่วงแรกลาย 'Splinter' จะมีลาย 'Raindrop' ผสมอยู่ด้วย หลังจากนั้นกองทัพสวีเดนก็นำลายนี้มาปรับใช้กับเสื้อผ้าและยานพาหนะ โดยลายที่สวีเดนใช้นั้นจะไม่มีลาย 'Raindrop' ผสมอยู่


FLECKTARN

คำนี้มาจากภาษาเยอรมัน 'Fleck' ที่แปลว่าจุด และ 'Tarnung' ที่แปลว่าลายพราง ในช่วงปี ค.ศ.1976 กองทัพเยอรมันได้นำชุดทหารที่มีลายพรางแบบต่างๆ มาใช้ในการฝึกซ้อม และลาย 'Flecktarn' ก็เป็นหนึ่งในนั้น และถูกเลือกมาใช้จริงในปี ค.ศ. 1989

TIGER STRIPE

ในช่วงยุค 60s ลายนี้ทำขึ้นมาเพื่อใช้เฉพาะกิจเท่านั้น โดยดัดแปลงมากจากลาย 'Lizard' ของฝรั่งเศส เพื่อให้กองทัพของเวียดนามนำไปใช้ในช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 ลวดลายนี้จะให้ผลที่ดีที่สุดในป่าไผ่ ซึ่งมีมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

CHOCOLATE CHIP

1981 กองทัพอเมริกาพัฒนาลักษณะของลายนี้ให้มี 6 สี และให้ชื่อนี้ตามจุดสีดำที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมือนกับก้อนหิน ซึ่งหน้าตาที่ออกมาจะคล้ายๆ กับคุ้กกี้ ลายนี้จะเป็นที่นิยมในสงครามที่เกิดขึ้นในทะเลทราย หลังจากนั้นทั้งเกาหลีใต้ อิรัก ไปจนถึงทั่วทั้งแอฟริกาก็นำลายนี้มาใช้กัน


DIGITAL

ลายนี้ถูกคิดค้นขึ้นเพราะลักษณะของลายอื่นๆ จะเป็นจุดสีขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างชัดเจน สามารถมองเห็นง่าย ทำให้มีการคิดค้น Micropatterns ในลักษณะของ Pixel แบบเบลอๆ เข้ามาแทน และกองทัพแคนาดาก็เป็นผู้นำลาย Digital มาใช้เป็นรายแรก โดยใช้ชื่อว่า 'Cadpad' หลังจากนั้นกองทัพเรือของอเมริกาก็นำลาย 'Digital' มาใช้ และเรียกว่า 'Marpat' ต่อจากนั้นประเทศอื่นๆ ก็เริ่มหยิบลวดลาย 'Digital' มาใช้กัน โดยแต่ละลวดลายก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามเฉดสีที่ใช้และภูมิประเทศที่ไปปฏิบัติภารกิจ

หลังจากทำความจักกับลวดลายต่างๆ ของ "Camouflage" กันมาจนเต็มอิ่ม คนที่มีไอเท็มนี้อยู่แล้ว ก็อย่าลืมเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบไอเท็มชิ้นนี้มาปัดฝุ่น แล้วสนุกไปกับการพรางตัวกัน ส่วนคนที่ยังไม่เคยได้สัมผัส ก็ควรจะรีบหาไอเท็มชิ้นที่ใช่ มาใส่อวดสายตาประชาโลกกันได้แล้ว! 


#CheezeLooker #Camo #Camouflage